简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ระวังโบรกเกอร์ปิดออเดอร์ให้! เพราะคุณไม่รู้จัก Margin Level
บทคัดย่อ:Margin Level คือหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ประเมินสุขภาพของพอร์ตและความเสี่ยงจากการเทรดด้วย Margin บทความอธิบายสูตรคำนวณ Margin Level พร้อมความหมายของแต่ละระดับ ตั้งแต่โซนปลอดภัยไปจนถึงจุดที่อาจถูก Stop Out พร้อมยกตัวอย่างการลดลงของ Margin Level จากการถือออเดอร์หลายรายการและใช้ Leverage สูง รวมแนวทางบริหารความเสี่ยง เช่น การตั้ง Stop Loss ลดจำนวนออเดอร์ และตรวจสอบระดับ Margin Call ของโบรกเกอร์

ตัวเลขสี่ตัวที่นักเทรดมือใหม่มักมองข้ามที่สุดในแพลตฟอร์มเทรดคือ Margin Level ครับ ไม่ใช่เพราะมันซ่อนอยู่ แต่เพราะไม่มีใครบอกว่ามันหมายความว่าอะไร และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมันลดลงเรื่อยๆ
เมื่อ Margin Level ต่ำกว่า 100% แปลว่านาฬิกากำลังเดินถอยหลังสู่ Margin Call ครับ และถ้าไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง ก็จะไม่รู้ตัวจนกว่าโบรกเกอร์จะปิดออเดอร์ทุกอย่างให้โดยไม่ถามครับ
Margin Trading คืออะไร? อธิบายให้เข้าใจในสองนาที
Margin trading คือ การเทรดโดยใช้เงินที่วางไว้เป็นหลักประกัน (Margin) เพื่อเปิดออเดอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเงินจริงที่มีอยู่ครับ
พูดง่ายๆ คือ Margin trading คือการเทรดด้วย Leverage ครับ เงินที่วางเป็น Margin ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก “ล็อก” ไว้เป็นประกันตราบใดที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่
สมมตินักเทรดมีเงิน $1,000 และโบรกเกอร์ให้ Leverage 1:100 ครับ เมื่อเปิดออเดอร์ EUR/USD ขนาด 0.1 lot มูลค่าประมาณ $10,000 โบรกเกอร์จะล็อก Margin ไว้ประมาณ $100 เป็นหลักประกัน ส่วนที่เหลือ $900 ยังคงเป็น Free Margin ที่ใช้รองรับผลกำไร/ขาดทุนครับ
Margin Level คืออะไร? ตัวเลขที่สำคัญกว่าที่คิด
Margin Level คือ อัตราส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin ที่แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ครับ
“สูตรคำนวณ Margin Level: Margin Level (%) = (Equity ÷ Used Margin) × 100”
โดย Equity คือยอดเงินในพอร์ตรวมกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่ปิด และ Used Margin คือเงินที่ถูกล็อกไว้เป็นหลักประกันสำหรับออเดอร์ที่เปิดอยู่ครับ
ตัวอย่างครับ ถ้า Equity = $900 และ Used Margin = $100 Margin Level จะเท่ากับ 900% ซึ่งถือว่าปลอดภัยมากครับ
แต่ถ้า Equity ลดลงเหลือ $150 เพราะออเดอร์กำลังขาดทุน Margin Level จะเหลือแค่ 150% ครับ และนี่คือจุดที่ต้องเริ่มระวังแล้วครับ
ทำความเข้าใจ 4 ระดับ Margin Level ที่นักเทรดต้องรู้
- Margin Level สูงกว่า 200% — โซนปลอดภัย
พอร์ตมีสุขภาพดีครับ ยังมี Free Margin เหลือพอสำหรับรองรับความผันผวนของตลาดได้มากครับ ถ้าอยู่ในโซนนี้ยังเปิดออเดอร์เพิ่มได้สบายครับ
- Margin Level 100–200% — โซนระวัง
เริ่มตึงแล้วครับ ออเดอร์กำลังขาดทุนจนกิน Free Margin ไปมากพอสมควร แอดเหยี่ยวแนะนำให้เริ่มพิจารณาว่าจะ Cut Loss หรือเพิ่มทุนแล้วครับ
- Margin Level ต่ำกว่า 100% — โซนอันตราย นาฬิกากำลังถอยหลัง
นี่คือโซนที่แอดเหยี่ยวเป็นห่วงที่สุดครับ Equity ต่ำกว่า Used Margin แล้ว หมายความว่าถ้าโบรกเกอร์ส่ง Margin Call ตอนนี้ เงินในพอร์ตอาจไม่พอคืนหลักประกันด้วยซ้ำครับ
- Margin Level ต่ำกว่า Stop Out Level — โบรกเกอร์ปิดออเดอร์อัตโนมัติ
แต่ละโบรกเกอร์กำหนด Stop Out Level ไว้ต่างกันครับ บางเจ้าที่ 50% บางเจ้าที่ 20% เมื่อ Margin Level ลดลงถึงระดับนี้ โบรกเกอร์จะปิดออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุดโดยอัตโนมัติโดยไม่แจ้งให้รู้ล่วงหน้าครับ
ทำไม Margin Level ถึงลดลง? สาเหตุที่นักเทรดมักไม่รู้ตัว
สาเหตุที่ 1: เปิดออเดอร์หลายอันพร้อมกัน
ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ใหม่ Used Margin จะเพิ่มขึ้นทันทีครับ ถ้าเปิดหลายออเดอร์พร้อมกันโดยไม่คำนวณ Margin Level Equity ที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอถ้าออเดอร์เหล่านั้นขาดทุนพร้อมกันครับ
สาเหตุที่ 2: ถือออเดอร์ขาดทุนนานเกินไป
เมื่อออเดอร์กำลังขาดทุน Equity จะลดลงทุกวินาทีที่ราคาเคลื่อนสวนทางครับ ยิ่งถือนานยิ่งดึง Margin Level ลงไปเรื่อยๆ จนถึงระดับอันตรายได้ครับ
สาเหตุที่ 3: ใช้ Leverage สูงเกินไป
Leverage สูงทำให้ต้องการ Used Margin น้อยลงต่อออเดอร์ครับ แต่มันก็ทำให้ Margin Level ลดลงเร็วมากเมื่อราคาวิ่งสวนทาง เพราะการขาดทุนต่อ pip ก็สูงขึ้นตามสัดส่วนครับ
ตัวอย่างจริง — Margin Level ถอยหลังยังไงใน 1 วัน
สมมตินักเทรดมีเงิน $1,000 เปิดออเดอร์ EUR/USD 3 ออเดอร์พร้อมกัน แต่ละ 0.1 lot ด้วย Leverage 1:100 ครับ
Used Margin รวม = $300 (100 ดอลลาร์ต่อออเดอร์)
Free Margin เริ่มต้น = $700
Margin Level เริ่มต้น = ($1,000 ÷ $300) × 100 = 333% ยังปลอดภัยอยู่ครับ
แต่ถ้า EUR/USD วิ่งสวนทางทั้งสามออเดอร์รวม 200 pip ขาดทุน $600 Equity เหลือ $400 ครับ
Margin Level ใหม่ = ($400 ÷ $300) × 100 = 133%
ถ้าราคายังวิ่งต่ออีก 100 pip ขาดทุนเพิ่ม $300 Equity เหลือ $100 ครับ
Margin Level = ($100 ÷ $300) × 100 = 33%
ถ้าโบรกเกอร์ตั้ง Stop Out Level ไว้ที่ 50% ออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุดจะถูกปิดอัตโนมัติก่อนถึง 33% แล้วครับ ทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นในวันเดียวครับ
วิธีรักษา Margin Level ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
วิธีที่ 1: ตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์โดยไม่มีข้อยกเว้น
นี่คือวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดครับ Stop Loss จำกัดขาดทุนสูงสุดต่อออเดอร์ ทำให้ Equity ไม่ลดลงเกินที่กำหนดครับ
วิธีที่ 2: ไม่เปิดออเดอร์มากเกินไปพร้อมกัน
กำหนดว่าออเดอร์ที่เปิดพร้อมกันทั้งหมดต้องไม่ทำให้ Used Margin เกิน 20–30% ของ Equity ครับ เพื่อให้ยังมี Buffer รองรับความผันผวนของตลาดได้
วิธีที่ 3: ตรวจ Margin Level ทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์ใหม่
ก่อนเปิดออเดอร์ใหม่ทุกครั้งให้ดู Margin Level ในแพลตฟอร์มก่อนครับ ถ้าต่ำกว่า 200% ให้คิดหนักมากก่อนเปิดเพิ่มครับ
วิธีที่ 4: ใช้ Effective Leverage ไม่เกิน 1:10
แม้โบรกเกอร์จะให้ Leverage 1:500 แต่ถ้า Effective Leverage จริงๆ ที่ใช้ไม่เกิน 1:10 Margin Level จะลดลงช้ามากและให้เวลาในการตัดสินใจมากพอครับ
ข้อควรระวัง
อย่าสับสนระหว่าง Margin Call กับ Stop Out ครับ เพราะทั้งสองคือคนละเหตุการณ์กัน
Margin Call คือการแจ้งเตือนว่า Margin Level ลดลงถึงระดับที่น่าเป็นห่วงครับ โบรกเกอร์แต่ละเจ้ากำหนดระดับนี้ต่างกัน บางเจ้าแจ้งที่ 100% บางเจ้าที่ 120% ครับ
Stop Out คือการที่โบรกเกอร์ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อ Margin Level ถึงระดับ Stop Out Level ที่กำหนดไว้ครับ ซึ่งมักต่ำกว่า Margin Call Level
ปัญหาคือโบรกเกอร์หลายเจ้าไม่ได้บอกระดับเหล่านี้ให้ชัดเจนครับ ควรตรวจสอบ Margin Call Level และ Stop Out Level ของโบรกเกอร์ที่ใช้ก่อนเริ่มเทรดจริงเสมอครับ
อ่านบทความ “เลเวอเรจคืออะไร ทำไมถึงอันตราย” เพิ่มเติมได้ที่นี่เลย: https://www.wikifx.com/th/newsdetail/202509086344505039.html
อยากศึกษา“Money Management ฉบับนักเทรดไทย” เพิ่มเติมคลิ๊กอ่านได้ที่: https://www.wikifx.com/th/newsdetail/202607071274189711.html
สรุป
Margin trading คือ การเทรดโดยใช้เงินประกัน (Margin) เพื่อเปิดออเดอร์ที่ใหญ่กว่าเงินจริงครับ และ Margin Level คือ ตัวชี้วัดสุขภาพของพอร์ตที่บอกว่าเงินในพอร์ตเพียงพอต่อการรองรับความขาดทุนมากแค่ไหนครับ
เมื่อ Margin Level ลดลงต่ำกว่า 100% นาฬิกาถอยหลังก็เริ่มเดินแล้วครับ และถ้าไม่รีบตัดสินใจ โบรกเกอร์จะตัดสินใจแทนด้วยการปิดออเดอร์อัตโนมัติครับ
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันคือตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์ ไม่เปิดออเดอร์มากเกินไปพร้อมกัน และหมั่นตรวจสอบ Margin Level ก่อนเปิดออเดอร์ใหม่ทุกครั้งครับ
FAQ — คำถามที่ค้นหาบ่อยเรื่อง Margin Trading และ Margin Level
Margin trading คือ อะไร?
Margin trading คือการเทรดโดยใช้เงินที่วางเป็นหลักประกันเพื่อเปิดออเดอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเงินจริงที่มีครับ เงิน Margin จะถูกล็อกไว้ตลอดเวลาที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่และจะคืนมาเมื่อปิดออเดอร์ครับ
Margin Level คือ อะไร?
Margin Level คืออัตราส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ครับ คำนวณจาก (Equity ÷ Used Margin) × 100 ยิ่งสูงยิ่งปลอดภัย ยิ่งต่ำยิ่งเสี่ยงโดน Margin Call ครับ
Margin Level ควรอยู่ที่เท่าไหร่จึงปลอดภัย?
แอดเหยี่ยวแนะนำให้รักษา Margin Level ไว้สูงกว่า 200% เสมอครับ ถ้าต่ำกว่า 150% ควรพิจารณา Cut Loss หรือลดขนาดออเดอร์ลง และถ้าต่ำกว่า 100% ต้องรีบจัดการทันทีครับ
Margin Call คืออะไร ต่างจาก Stop Out ยังไง?
Margin Call คือการแจ้งเตือนเมื่อ Margin Level ลดลงถึงระดับที่กำหนดครับ ส่วน Stop Out คือการที่โบรกเกอร์ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อ Margin Level ถึงระดับต่ำสุดที่ยอมรับได้ครับ ทั้งสองระดับนี้แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ครับ
ถ้าโดน Margin Call ต้องทำอะไร?
มีสองทางเลือกครับ คือเพิ่มเงินเข้าพอร์ตเพื่อเพิ่ม Equity และ Margin Level หรือปิดออเดอร์ที่ขาดทุนบางส่วนเพื่อลด Used Margin และเพิ่ม Margin Level กลับขึ้นมาครับ แต่ที่ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้เกิดตั้งแต่แรกด้วยการตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์ครับ
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติม คลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
📈 เรื่อง Forex ให้ WikiFX ช่วยคุณค้นหาและตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น!
ใครที่กำลังสนใจ Forex หรือกำลังมองหาข้อมูลโบรกเกอร์ WikiFX เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ไม่ควรพลาด เพียงค้นหาชื่อโบรกเกอร์ที่สนใจผ่าน WikiFX ก็สามารถดูข้อมูลใบอนุญาต รีวิว และข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกในที่เดียว
นอกจากข้อมูลโบรกเกอร์แล้ว WikiFX ยังรวบรวมข่าวสาร Forex ทั่วโลก บทความความรู้ เทคนิคการเทรด กลยุทธ์ และการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ให้คุณติดตามและอัปเดตความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และสำหรับสาย EA ก็มี EA VPS ให้บริการบน WikiFX เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้งาน EA อีกด้วย
🔥 WikiFX แอปเดียวครบเรื่อง Forex ทั้งข่าวสาร ข้อมูลโบรกเกอร์ ความรู้ และบริการสำหรับเทรดเดอร์ อยากรู้ข้อมูลโบรกเกอร์ อยากติดตามข่าว Forex หรืออยากเพิ่มความรู้เรื่องการเทรด เปิด WikiFX แล้วค้นหาได้เลย!
📱 ดาวน์โหลด WikiFX ฟรีวันนี้ แล้วให้ WikiFX เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการติดตามโลก Forex ของคุณ!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FXTM
EBC FINANCIAL GROUP
pepperstone
D prime
IC
FOREX.com
FXTM
EBC FINANCIAL GROUP
pepperstone
D prime
IC
FOREX.com











