简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาทองคำ ดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน 2026
บทคัดย่อ:ราคาทองคำโลกยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 4,325 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 แม้ว่าจะมีข่าวสำคัญเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เตรียมลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน
ราคาทองคำโลกยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 4,325 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 แม้ว่าจะมีข่าวสำคัญเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เตรียมลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายนที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยปกติแล้ว ข่าวสันติภาพมักกดดันให้ทองคำปรับตัวลงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ครั้งนี้ราคาทองกลับยังยืนอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าตลาดกำลังให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นนอกเหนือจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
จุดเริ่มต้นของดีลสันติภาพ
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปี 2026 เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังการโจมตีเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกและรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของปริมาณการค้าโลก
หลังการเจรจาหลายเดือนโดยมีปากีสถานและกาตาร์เป็นตัวกลาง ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น โดยสหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมทางทะเล เปิดทางให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง ขณะที่อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติปฏิบัติการทางทหาร ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามและฟื้นฟูเสถียรภาพด้านพลังงานโลก
ทำไมทองคำไม่ปรับตัวลง
แม้ความตึงเครียดทางการเมืองจะลดลง แต่ราคาทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคหลายด้าน
ประการแรก ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงหลังข่าวดีลสันติภาพ ทำให้ตลาดมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะผ่อนคลายลง ส่งผลให้ความจำเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมลดลง เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจึงกลับมาน่าสนใจมากขึ้น
ประการที่สอง ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังจากเคยได้รับแรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงสงคราม การอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยพยุงราคา
ในช่วง 4 วันทำการล่าสุด ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 6% ขณะที่ราคาเงินพุ่งขึ้นราว 10% สะท้อนความต้องการลงทุนในโลหะมีค่าที่ยังคงแข็งแกร่ง
เฟดภายใต้ Kevin Warsh กับอนาคตของทองคำ
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาไม่แพ้ดีลสันติภาพ คือการประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐภายใต้การนำของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่
แม้ตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่สิ่งสำคัญคือท่าทีและมุมมองต่อเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า หาก Warsh ส่งสัญญาณสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือเปิดทางสู่การลดดอกเบี้ย ทองคำอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่าการลดลงของราคาน้ำมันและความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ผ่อนคลาย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทองคำสามารถสร้างฐานราคาใหม่ในระดับสูงได้ แม้ว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะเริ่มลดลงก็ตาม
ช่องแคบฮอร์มุซและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของข้อตกลงนี้ เนื่องจากช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากตะวันออกกลางสู่ตลาดโลก
ในช่วงสงคราม ราคาน้ำมันเคยพุ่งแตะระดับกว่า 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกเร่งตัวขึ้น การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือจึงมีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนพลังงาน สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางหลายประเทศมีความยืดหยุ่นด้านนโยบายการเงินมากขึ้น
ความเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม
แม้ข้อตกลงจะถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่ความไม่แน่นอนยังไม่หมดไป โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ยังต้องเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงท่าทีของอิสราเอลที่ไม่ได้เป็นภาคีโดยตรงของข้อตกลงฉบับนี้
นักลงทุนจึงยังคงติดตาม 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผลการประชุมเฟด ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh และความคืบหน้าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามกำหนดวันที่ 19 มิถุนายน
สรุป
ดีลสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ช่วยลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ฟื้นฟูการค้าและการขนส่งพลังงานโลก และลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวสันติภาพในเชิงลบเหมือนที่หลายคนคาด เพราะตลาดกำลังให้ความสำคัญกับแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจลดลง ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว และความไม่แน่นอนที่ยังคงเหลืออยู่ในกระบวนการเจรจา นั่นทำให้ทองคำยังคงรักษาความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์สำคัญสำหรับนักลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกครั้งนี้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
