ชื่อดังยิ่งเสี่ยงถูกแอบอ้าง? เจาะลึก StoneX ก่อนตัดสินใจใช้งาน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
บทคัดย่อ:Ichimoku Kinko Hyo เป็นอินดิเคเตอร์ที่ถูกพัฒนาโดย Goichi Hosoda นักข่าวชาวญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สภาพตลาดได้อย่างครบถ้วนในกราฟเดียว ทั้งแนวโน้ม (Trend) โมเมนตัม (Momentum) แนวรับ-แนวต้าน และสัญญาณเข้าออกออเดอร์ แม้ในช่วงแรกอาจดูซับซ้อนจากจำนวนเส้นที่มาก แต่เมื่อเข้าใจหลักการทำงานของ Tenkan-sen, Kijun-sen, Kumo Cloud และ Chikou Span แล้ว จะพบว่า Ichimoku เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมและยังถูกใช้อย่างแพร่หลายในตลาดการเงินทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

ครั้งแรกที่แอดเปิดกราฟแล้วเห็น Ichimoku ความรู้สึกแรกคือ “นี่มันคืออะไรวะ เส้นพันกันไปหมดเลย” ครับ
แต่พอเข้าใจแล้ว แอดกลับรู้สึกว่า Ichimoku คือ Indicator ที่ “บอกข้อมูลได้ครบที่สุด” ในตัวเดียวครับ ทั้งเทรนด์ แนวรับแนวต้าน Momentum และสัญญาณเข้าออเดอร์ ทั้งหมดอยู่ในกราฟเดียว
มาทำความรู้จักกันครับ
Ichimoku Kinko Hyo หรือที่นักเทรดเรียกสั้นๆ ว่า Ichimoku ถูกพัฒนาโดยนักข่าวชาวญี่ปุ่นชื่อ Goichi Hosoda ซึ่งใช้นามปากกาว่า “Ichimoku Sanjin” ครับ
เขาเริ่มพัฒนาระบบนี้ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และใช้เวลากว่า 30 ปีในการทดสอบและปรับปรุง ก่อนจะเผยแพร่สู่สาธารณชนครั้งแรกในปี 1969 ครับ
ชื่อ “Ichimoku Kinko Hyo” แปลตรงตัวว่า “กราฟสมดุลที่มองเห็นได้ในพริบตา” ซึ่งนั่นคือเป้าหมายหลักของ Hosoda ครับ คือต้องการให้นักเทรดมองกราฟครั้งเดียวแล้วเข้าใจสภาพตลาดได้ทันที โดยไม่ต้องใช้ Indicator หลายตัว
Ichimoku ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลักครับ ลองดูกราฟและการ์ดด้านบนพร้อมกันไปนะครับ
องค์ประกอบแรกคือ Tenkan-sen หรือเส้นแดงครับ คำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคาสูงสุดและต่ำสุดใน 9 ช่วงเวลาล่าสุด ทำหน้าที่คล้าย Moving Average ระยะสั้น บอก Momentum ของตลาดในช่วงสั้นๆ
องค์ประกอบที่สองคือ Kijun-sen หรือเส้นน้ำเงินครับ คำนวณเหมือนกันแต่ใช้ 26 ช่วงเวลา ทำหน้าที่เป็นแนวรับแนวต้านหลักและ Moving Average ระยะกลาง ถ้าราคาอยู่เหนือ Kijun แนวโน้มเป็นบวก ถ้าอยู่ต่ำกว่าเป็นลบครับ
องค์ประกอบที่สามและสี่คือ Senkou Span A และ Senkou Span B ซึ่งก่อตัวเป็น “เมฆ” หรือ Kumo Cloud ที่เห็นบนกราฟครับ Span A คือเส้นบนของเมฆ และ Span B คือเส้นล่าง พื้นที่ระหว่างสองเส้นนี้คือ Cloud ที่ทำหน้าที่เป็นแนวรับแนวต้านแบบ Dynamic
องค์ประกอบสุดท้ายคือ Chikou Span หรือเส้นม่วงครับ คือราคาปิดปัจจุบันที่ถูก Plot ย้อนหลัง 26 ช่วง ใช้เป็นตัวยืนยันสัญญาณว่าเทรนด์ที่เห็นอยู่น่าเชื่อถือหรือเปล่า
หลักการอ่าน Ichimoku ที่ง่ายที่สุดคือดูตำแหน่งของราคาเทียบกับ Cloud ครับ
ถ้าราคาอยู่เหนือ Cloud สีเขียว นั่นคือสัญญาณ Bullish แนวโน้มขาขึ้น เหมาะกับการ BUY ตามเทรนด์ครับ
ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่า Cloud สีแดง นั่นคือสัญญาณ Bearish แนวโน้มขาลง เหมาะกับการ SELL ตามเทรนด์ครับ
ถ้าราคาอยู่ภายใน Cloud แปลว่าตลาดกำลัง Sideways หรือไม่มีทิศทางชัดเจน ช่วงนี้ไม่แนะนำให้เข้าออเดอร์ใหม่ครับ
ส่วนสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่นักเทรดนิยมใช้คือ TK Cross ครับ เมื่อ Tenkan-sen ตัดผ่าน Kijun-sen ขึ้นไปพร้อมกับราคาอยู่เหนือ Cloud นั่นคือสัญญาณ Buy ที่แข็งแกร่งมาก และถ้า Tenkan-sen ตัดผ่าน Kijun-sen ลงมาพร้อมกับราคาอยู่ต่ำกว่า Cloud นั่นคือสัญญาณ Sell ที่แข็งแกร่งเช่นกันครับ

นักเทรดจำนวนมากยังใช้ Ichimoku อยู่ด้วยเหตุผลหลักๆ หลายอย่างครับ
อย่างแรกคือมันรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวครับ ไม่ต้องใช้หลาย Indicator ให้รก ใช้ Ichimoku เพียงตัวเดียวก็บอกได้ทั้งเทรนด์ Momentum แนวรับแนวต้าน และสัญญาณเข้าออเดอร์
อย่างที่สองคือ Cloud บอกแนวรับแนวต้านล่วงหน้าครับ เพราะ Senkou Span A และ B ถูก Plot ล่วงหน้า 26 ช่วงเวลา ทำให้นักเทรดมองเห็น “อุปสรรค” ที่ราคาจะต้องเผชิญล่วงหน้าได้ ซึ่ง Indicator อื่นส่วนใหญ่ทำไม่ได้ครับ
อย่างที่สามคือมันทำงานได้ดีในทุกตลาดและทุก Time Frame ครับ ไม่ว่าจะเป็น Forex ทองคำ หุ้น หรือ Crypto ก็ใช้ได้หมด
สมมตินักเทรดเปิดกราฟ EUR/USD Time Frame 4 ชั่วโมง แล้วเห็นสถานการณ์นี้ครับ
ราคาอยู่เหนือ Cloud สีเขียว Tenkan-sen อยู่เหนือ Kijun-sen Chikou Span อยู่เหนือราคาในอดีต และ Cloud ข้างหน้าเป็นสีเขียวหนา
ทั้งหมดนี้บอกสัญญาณ Bullish ครบทุกด้านครับ นักเทรด Ichimoku จะมองหาจุดเข้า BUY โดยรอให้ราคา Retest กลับมาที่ Kijun-sen หรือขอบบนของ Cloud แล้วค่อยเข้าครับ
ห้ามใช้ Ichimoku ใน Time Frame ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงครับ เพราะค่าพารามิเตอร์ 9, 26, 52 ถูกออกแบบมาสำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่เปิด 6 วันต่อสัปดาห์ ใน Time Frame เล็กมาก Noise จะมากจนสัญญาณไม่แม่นครับ
อย่าเข้าออเดอร์แค่เพราะเส้นตัดกันโดยไม่ดู Context ครับ TK Cross ที่เกิดในตลาด Sideways หรือกลาง Cloud มักไม่น่าเชื่อถือ ต้องดูภาพรวมด้วยเสมอ
และถ้าเพิ่งเริ่มเรียน Ichimoku แอดแนะนำให้เริ่มจากดูแค่ Cloud ก่อนครับ แค่รู้ว่าราคาอยู่เหนือหรือต่ำกว่า Cloud ก็ช่วยกรองออเดอร์ได้มากแล้ว แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้าใจเส้นอื่นๆ ทีหลังครับ
Ichimoku คือ Indicator ที่คิดค้นโดย Goichi Hosoda นักข่าวชาวญี่ปุ่น เผยแพร่ครั้งแรกในปี 1969 และยังคงเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้ เพราะรวมข้อมูลเทรนด์ Momentum และแนวรับแนวต้านไว้ในที่เดียวครับ
ขั้นตอนถัดไปคือเปิดกราฟในบัญชี Demo แล้วเพิ่ม Ichimoku เข้าไปครับ เริ่มจากดูแค่ว่าราคาอยู่เหนือหรือต่ำกว่า Cloud ก่อน แล้วค่อยๆ เรียนรู้เส้นอื่นๆ เพิ่มเติมครับ
Q1: Ichimoku ใช้ได้กับทุก Time Frame ไหม?
ใช้ได้ครับ แต่แนะนำ Time Frame 1 ชั่วโมงขึ้นไปครับ เพราะค่าพารามิเตอร์ 9, 26, 52 ถูกออกแบบมาสำหรับตลาดญี่ปุ่น ใน Time Frame เล็กกว่านั้นสัญญาณอาจมี Noise มากเกินไป
Q2: ค่าพารามิเตอร์ 9, 26, 52 ต้องปรับไหมสำหรับ Forex?
นักเทรดบางคนปรับเป็น 10, 30, 60 เพื่อให้เหมาะกับตลาด Forex ที่เปิด 5 วันต่อสัปดาห์ครับ แต่แอดแนะนำให้ใช้ค่าตั้งต้น 9, 26, 52 ก่อน เพราะนักเทรดส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้ค่านี้ ทำให้สัญญาณมีน้ำหนักมากกว่าครับ
Q3: Ichimoku ใช้คนเดียวโดยไม่ต้องมี Indicator อื่นได้ไหม?
ได้ครับ นั่นคือจุดเด่นของ Ichimoku ที่ Hosoda ตั้งใจออกแบบมา แต่นักเทรดหลายคนก็ใช้คู่กับ RSI หรือ Volume เพื่อยืนยันสัญญาณเพิ่มเติมครับ
Q4: เมฆ Ichimoku สีเขียวและสีแดงต่างกันยังไง?
เมฆสีเขียวเกิดขึ้นเมื่อ Senkou Span A อยู่เหนือ Senkou Span B แปลว่า Bullish Bias ครับ ส่วนเมฆสีแดงเกิดขึ้นเมื่อ Senkou Span B อยู่เหนือ Senkou Span A แปลว่า Bearish Bias และยิ่งเมฆหนา แนวรับแนวต้านนั้นยิ่งแข็งแกร่งครับ
Q5: Ichimoku เหมาะกับมือใหม่ไหม?
เหมาะครับ แต่ต้องค่อยๆ เรียนรู้ทีละส่วน อย่าพยายามเข้าใจทั้ง 5 เส้นในคราวเดียวครับ เริ่มจาก Cloud ก่อน แล้วค่อยเพิ่ม Tenkan และ Kijun และสุดท้าย Chikou Span ครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อ ให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำการลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น การเทรดมีความเสี่ยงสูง นักเทรดอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนและฝึกในบัญชี Demo ก่อนเทรดด้วยเงินจริงครับ
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

ใบอนุญาตของโบรกเกอร์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะสะท้อนมาตรฐานการกำกับดูแล การคุ้มครองเงินลูกค้า และสิทธิของผู้ลงทุนหากเกิดปัญหากับโบรกเกอร์ บทความนี้เปรียบเทียบหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ JFSA, FCA, ASIC และ CySEC พร้อมอธิบายจุดเด่น ความแตกต่าง และข้อควรระวังในการตรวจสอบใบอนุญาต เพื่อช่วยให้นักเทรดเลือกโบรกเกอร์ได้อย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงจากการใช้บริการโบรกเกอร์ที่ไม่มีมาตรฐาน

รีวิวโบรกเกอร์
Exness
GTCFX
AVATRADE
vantage
Tickmill
pepperstone
Exness
GTCFX
AVATRADE
vantage
Tickmill
pepperstone