ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคํายังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง รัสเซียและยูเครน
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคํายังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง รัสเซียและยูเครนรวมทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการที่รัสเซียถูกนานาประเทศคว่ําบาตรฐานใช้กําลังทหารบุกโจมตียูเครน ลําสุดฝ่ายรัสเซียยังคงมีจุดยืนที่แข็งกร้าวแม้ทั้ง 2 ฝ่ายจะยังคงจัดการเจรจา

ร่วมกันก็ตาม สะท้อนจากความเห็นของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นํารัสเซีย ที่ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี มาครง ผู้นําฝรั่งเศสว่า ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เป้าหมายของรัสเซียในการใช้ ปฏิบัติการพิเศษทางทหารต่อยูเครนจะต้องประสบความสําเร็จ ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 96.59 จุด หรือ -0.29%, ดัชนี S&P500 ปิด -0.53% และดัชนี Nasdaq ปิด -1.56% ส่งผล ให้ทองคําปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,941.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี มีแรงขายทํากําไรสลับออกมาเป็นระยะ
ขณะที่ทองคําได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นขานรับ การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจหลายรายการที่ออกมาดีเกินคาด อาทิ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐรายสัปดาห์ที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานกําลังฟื้นตัว รวมถึงยอดคําสั่งซื้อภาคโรงงานที่พุ่งขึ้นเป็น คาดในเดือนม.ค. จนเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกราคาทองคําเขาไว้ ก่อนที่เช้านี้ในตลาดเอเชีย

ราคาทองคําจะทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,950.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชาปอริซเชีย (Zaporizhzhia) ในยูเครนเนื่องจากกองกําลังทหารของรัสเซียได้เข้าโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็มีแรงขายทํากําไรสลับเข้ามากดดันตลาดทองคําในที่สุด ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคํามาเปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขสําคัญในตลาดแรงงานสหรัฐ ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงานประจําเดือนก.พ.
ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,922-1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดย หากยืนเหนือแนวต้านแรกบริเวณ 1,950-1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้าน ถัดไปที่ 1,975 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,900-1,895 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,922-1,914
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,950-1,958
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,895
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน
FXTM
FOREX.com
GO Markets
HFM
EC markets
vantage
FXTM
FOREX.com
GO Markets
HFM
EC markets
vantage
FXTM
FOREX.com
GO Markets
HFM
EC markets
vantage
FXTM
FOREX.com
GO Markets
HFM
EC markets
vantage